เจลแต้มสิวเป็นสกินแคร์เฉพาะจุดที่ใช้ง่าย แต่ลำดับการทามีผลต่อความสบายผิวและการดูแลอย่างต่อเนื่อง หลักจำง่ายคือ เริ่มจากผิวสะอาด ทาเนื้อบางก่อนเนื้อหนัก และแต้มเฉพาะบริเวณที่ต้องการ ไม่จำเป็นต้องทาทั่วหน้า

01

รูทีนตอนเช้า: บาง เบา และไม่ลืมกันแดด

หากผิวไวต่อกรดผลัดเซลล์ ควรเริ่มจากวันเว้นวันหรือใช้เฉพาะช่วงเย็น แล้วสังเกตความแห้ง ตึง หรือแสบของผิวก่อนเพิ่มความถี่

  • ล้างหน้าหรือใช้น้ำสะอาดตามความเหมาะสมของสภาพผิว
  • ซับผิวให้แห้ง แล้วแต้มเจลปริมาณเล็กน้อยบนจุดที่เป็นสิว
  • รอให้เนื้อเจลซึม จากนั้นทามอยส์เจอไรเซอร์
  • ปิดท้ายด้วยกันแดด และรอให้เซ็ตตัวก่อนแต่งหน้า
02

รูทีนตอนเย็น: ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น

หลังเช็ดเครื่องสำอางและล้างหน้า ให้ซับผิวจนแห้งก่อนแต้มเจล การทาบนผิวที่เปียกมากอาจทำให้ผลิตภัณฑ์กระจายเกินจุดที่ต้องการ จากนั้นจึงตามด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ที่คุ้นเคย

หลีกเลี่ยงการใช้สครับ โทนเนอร์กรดหลายชนิด หรือเรตินอยด์บนจุดเดียวกันในคืนแรก ๆ โดยเฉพาะคนผิวแพ้ง่าย การเพิ่มทีละอย่างจะช่วยให้แยกได้ง่ายว่าผิวตอบสนองต่อผลิตภัณฑ์ใด

03

ทาก่อนหรือหลังครีมดี

โดยทั่วไป เจลแต้มสิวเนื้อบางใช้หลังทำความสะอาดและก่อนครีมบำรุง แต่ถ้าผิวแห้งหรือไวมาก สามารถใช้วิธีบัฟเฟอร์ คือทามอยส์เจอไรเซอร์บาง ๆ ก่อน แล้วค่อยแต้มเฉพาะจุด เพื่อลดการสัมผัสโดยตรง

CHAP DEE FAST เป็นเจลซึมไว จึงรอเพียงให้ผิวไม่เหนอะก่อนลงขั้นตอนต่อไป ไม่ต้องแต้มหนา เพราะปริมาณมากไม่ได้แปลว่าจะเห็นผลเร็วขึ้น และอาจเพิ่มโอกาสระคายเคือง

04

ข้อควรจำสำหรับการใช้ทุกวัน

  • ทดสอบบริเวณเล็ก ๆ ก่อนใช้จริง โดยเฉพาะผู้มีประวัติแพ้ง่าย
  • หลีกเลี่ยงรอบดวงตา ริมฝีปาก แผลเปิด และผิวที่กำลังลอก
  • หยุดใช้และล้างออกหากมีอาการแสบ บวม หรือผื่นผิดปกติ
  • ผลลัพธ์ขึ้นกับสภาพผิวและการดูแลร่วมกันของแต่ละคน
สรุปสั้น ๆ

ลำดับที่เหมาะคือ ผิวสะอาด → เจลแต้มสิว → มอยส์เจอไรเซอร์ → กันแดดในตอนเช้า

หมายเหตุ

เนื้อหานี้ให้ข้อมูลเพื่อการดูแลผิวทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์ หากมีอาการรุนแรงหรือแพ้ผลิตภัณฑ์ ควรหยุดใช้และปรึกษาแพทย์